2007/Nov/17

หายไปนานสิบชาติ 55555+ -*-

ไม่รู้จะเอาอะไรลง ขอลงฟิคละกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่ข้าพเจ้าแต่งคู่คยูมิ.... แต่อีกเรื่องค่อยลง เหอๆ

เรื่องนี้คยูกี้มีชื่อโจเอลนะเคอะ พอจบแล้วจะรู้ว่าทำไมถึงเปลี่ยนชื่อ

555+ ไปอ่านเต้อะ

v

v

v

Title : Beauty and The Beast P.1

Categories : Fantasy,drama

Rate : NC17 บางตอนเคอะ!!


Beauty and The Beast



ในโลกดั่งเทพนิยาย.... หุบเขา ทุ่งหญ้า ดอกไม้ ท้องฟ้า.... งดงามราวภาพวาด ทุ่งดอกไม้กว้างไกลสุดสายตา ท้องฟ้าที่สดใสส่องทอประกายกับทะเลสาบ..... ทุกสิ่งล้วนสวยงาม เต็มไปด้วยความสงบสุข ผิดกับเบื้องบนเทือกเขา......

เมืองเล็กสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่บนเทือกเขาที่ปกคุลมไปด้วยหิมะสีขาว เหล่าเทพยืนชุลมุนอยู่ที่วิหารใหญ่ใจกลางเมือง ทุกคนล้วนสวมใสชุดสีขาวสะอาดหน้าตาผิวพรรณบ่งบอกถึงความสูงส่ง แต่แววตากลับตื่นตระหนก ทุกคนจ้องไปยังลานกว้างกลมที่มีร่างหนึ่งยืนอยู่ .......ร่างสูงในชุดสูทสีขาว ผมสีทองบริสุทธิ์ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกว่าเทพอื่นๆ ร่างสูงยืนเชิดหน้าหยั่งในศักดิ์ศรีของตนเองแม้ว่าจะอยู่ต่อหน้า บุคคลที่ทุกภพจะเรียกว่า พระเจ้า ก็ตาม

“โจเอล คิว...... ข้าจะต้องทำอย่างไรกับเจ้า บอกข้ามาซิ” ชายวัยกลางคนดูอำนาจมากกว่าอื่นใดเอื้อนเอ่ยถามชายหนุ่ม

“ข้าทำอะไรผิดเหรอ...... พ่อ”

ชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาพูดตอบไปอย่างไม่มีความเคารพ มุมปากยิ้มแสยะ ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ทำลงไป เขาไม่ใส่ใจว่ามันผิดแค่ไหน..... ก็เขาเป็นถึงลูกของกอร์ดนี่นา ......โจเอล คนนี้ทำอะไรก็ไม่เคยผิดอยู่แล้ว

“ถึงสรวงสวรรค์แห่งนีข้าจะครอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะทำอะไรตามอำเภอใจ เล่นสนุกอะไรก็ได้ เหล่าชีวิตมนุษย์และความรักไม่ใช่ผักปลาที่เจ้าจะเล่นสนุก เหล่าเทพมากมายล้มตายเพราะการกระทำของเจ้า เจ้าไม่ควรอยู่เป็นเทพบนสวรรค์แห่งนี้ด้วยซ้ำไปลูกข้า!!”

“ความรัก ของมนุษย์น่ะเหรอ ....เหอะ”

“เจ้าไม่อาจรับรู้ว่ามันคืออะไร เจ้าเสวยสุขในที่แห่งนี้มามากพอแล้ว โจเอล เจ้าต้องรับโทษ จนกว่าเจ้าได้คุณค่าของมัน และการสูญเสียพลัดพรากอย่างที่เจ้าทำกับมนุษย์มันเป็นอย่างไร”

“…………..” ดวงตาคมตวัดมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่เชื่อ ทุกครั้งที่เขาทำผิด มักจะได้รับอภัยให้เสมอ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“เจ้าต้องถูกลงโทษ ตราบจนกว่าเจ้าจะสูญเสียมันไป”

.
.
.
.
.
ไม่มีโจเอล.......... มีเพียงแต่ คิว ที่ถูกกักกันจากสวรรค์ไว้ในปราสาท ปราสาทที่มืดมนต่างกับวิหารที่เขาเคยอยู่ราวฟ้ากับเหว...... เขาแทบจะหันหลังให้สวรรค์ เส้นผมที่เคยมีสีทองขาวบริสุทธิ์กลับกลายเป็นสีดำขลับราวกับราตรี สร้างความน่าเกรงขามให้ร่างสูงยิ่งนัก และเขาก็กลายเป็นนายท่านของเหล่าปีศาจ


แต่เขาก็รอ... รอจนกว่าคำสาปจะหายสาปสูญไป
.
.
.
.
.
.
.
กาลเวลาเนิ่นนาน ชายหนุ่มผู้ต้องโทษคำสาปกลับหาได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่จะทำให้เขาพ้นโทษไม่ ยิ่งนานวันชายหนุ่มยิ่งจงเกลียดจงชังสิ่งนั้นมากขึ้นทุกที เพราะมันทำให้เขาทรมานกับบทลงโทษในทุกๆคืน ยิ่งในคืนจันทร์เต็มดวงบทลงโทษจะหนักขึ้น หนักจนแทบอยากจะตายไปให้พ้นๆ ทุกคนรอบข้างล้มตาย ในทุกคืนจันทร์เต็มดวง ชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมาพบว่าคนในปราสาทของเขาตายไป...... เว้นซะแต่ สิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่ง ที่คอยเคียงข้างเขา แต่ถ้าเขาเผลอทำร้ายมันสิ้นลมหายใจเมื่อไหร่......








...... บทลงโทษจะติดตราตรึงอยู่ชั่วกาลนาน.....

.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.

 



เดือนมีนาคม 2549, ประเทศไทย


เด็กสาวนับพันคนยืนอออยู่ทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางหาดพัทยา ทุกคนต่างรอคอยการปรากฏตัวของชายรูปงามทั้ง 12 คน นามว่า Super Junior เด็กสาวต่างดิ้นรนหาหนทางที่จะได้ใกล้ชิดพวกเขา..... จนตะวันคล้อยต่ำ ใกล้เวลาที่ทั้ง 12 คนจะออกมายลโฉมบนเวที บรรดาเด็กสาวก็ค่อยสลายตัวออกไปจากหน้าโรงแรมหรูเพื่อไปรอคอยการแสดงอยู่ที่เวที ทำให้ที่แห่งนี้ดูสงบขึ้นบ้าง...... และทำให้จิตใจของใครบางคนนั้นสงบ และกำลังเหม่อลอย

แสงอาทิตย์ยามเย็นถูกแต่งแต้มเป็นเส้นอยู่ที่ขอบฟ้า แสงสีส้มกระทบกับน้ำทะเลส่องเป็นปราย ทิวทัศน์ที่สวยทำให้อีกคนที่ว้าวุ่นใจได้ยึดเป็นที่พึ่ง และพักสายตาจากเรื่องวุ่นวาย ร่างเล็กยืนริมระเบียงห้องพักพลางแกว่งสร้อยทองที่มีจี้เป็นรูปตัวอักษร S วาววับไปมา ใบหน้าสวยดั่งผู้หญิงมองเหม่อไปข้างหน้าคิดถึงเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ

`ซุปเปอร์จูเนียร์มีข่าวว่ากำลังจะแตกวง`

เขาเองก็หวั่น ว่ามันอาจจะเป็นขึ้นมาจริงๆ แต่ในเมื่อทุกคนในวงยังเข้มแข็งกันอยู่ และอีทึกลีดเดอร์ก็ได้ประกาศไว้แล้วว่าจะไม่มีการแยก เขาเองก็สบายใจ แต่บรรดาแฟนคลับสิ จะคิดแบบเค้ามั้ย แฟนคลับจะเป็นยังไงกันบ้างหากเข้าใจแต่ว่าพวกเขาจะแยกวง แล้วหันไปชอบศิลปินคนอื่นแทนพวกเขาล่ะ ร่างเล็กยิ้มให้กับความคิดหวงแฟนคลับของตนเองแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง...... ยังไงแฟนคลับก็ต้องเชื่อใจเขาอยู่แล้ว

“เน่!! ซองมิน ถ้านายทำสร้อยนั่นตกลงไปละก็ ตายยยย คนอุตส่าซื้อให้ใส่ ไม่ได้ให้ไปโยนลงระเบียงเล่นโว้ย” ชายหนุ่มหน้าหวานอีกคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วมองค้อนดังมาจากอีกฟากห้อง พลางจัดกระเป๋าตัวเองให้เข้าที่

“เออน่า.... ของที่ลีดงแฮ ซื้อ ให้ลีซองมินเพื่อนรักคนนี้จะรักษาเท่าชีวิตเลยยย” ร่างเล็กตอบเสียงหวานให้เพื่อนรักที่ทำตาขวางใส่เขา แล้วเอาสร้อยทองนั้นคล้องไว้ที่คอตามเดิม

“อ่าว..... แล้วนายจะไปไหน” ซองมินถามดงแฮอย่างสงสัยที่เห็นร่างบางเตรียมจะยกกระเป๋าออกจากห้องทั้งๆที่ก็เพิ่งขนเข้ามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้

“ไปนอนห้องคิบอม..... นายก็ นอนกับอึนฮยอกไปเดะ”

“อ่าว แล้วตอนแรกนายมาห้องชั้นทำไมอ้ะ”

“เมื่อกี้งอนกันนิดหน่อย ตอนนี้ดีกันแล้ว .....ทำไมอ้ะ ก็นอนกะฮยอกไปดิ”

“ชิ”

ปากบางเชิดขึ้นรั้นๆใส่เพื่อนตัวเอง ดงแฮกับคิบอมชอบมีเรื่องงอนกันบ่อยๆ ฝ่ายนึงก็ขี้บ่น อีกฝ่ายนึงก็เงียบจนน่าโมโห แล้วผลกรรมก็ต้องมาตกกับซองมินและอึนฮยอกบ่อยๆ แต่อึนฮยอกนี่สิ รู้สึกจะหนักหน่อย เพราะคิบอมมีเรื่องกับดงแฮทีไร ก็มักจะไปรบกวนที่อันน้อยนิดในห้องของอึนฮยอก และเปิดเกมเล่นทั้งคืนระบายความเครียด โดยไม่สนใจไอเจ้าลิงหน้าไก่ว่ามันจะนอนหลับมั้ย ส่วนซองมินแค่รับเสียงบ่นทั้งคืน แค่นั้นเอง ( -*- )

“อ้าว!!! ใครรู้ตัวว่าอยู่วงซุปเปอร์จูเนียร์ กรุณาลงไปข้างล่าง!!”

เสียงใหญ่ห้าวของคังอินดังลอดเข้าห้องพักของซองมินและดงแฮ ไม่นานก็เห็นชายร่างใหญ่โผล่หัวเข้ามาในห้อง

“ลงไปข้างล่างโว้ย ไม่ได้ยินรึไง”

“ได้ยินคร้าบ พี่เพิ่งตะโกนบอกเมื่อกี้ พวกผมยังไม่ทันจะก้าวออกจากห้องพี่ก็มาด่าซะแล้วอ้ะ” ดงแฮส่งเสียงดังตอบกลับให้คังอินที่โผล่หัวเข้ามาในห้องแล้วทำหน้าตาอย่างกับจะกินเขาสองคน

“ที่พี่บอกว่าใครรู้ตัวว่าอยู่วงซุปเปอร์จูเนียร์เนี่ย ประชดเว้ย!! คนอื่นเค้าไปกันหมดแล้ว เหลือแต่แกสองคนเนี่ยแหละ”

“เหรอ พี่คังอิน ผมไม่รู้เลยอ้ะ ลงไปกันเหอะ ^^ ” ซองมินตอบเสียงใสอย่างตื่นเต้นที่จะได้ลงไปข้างล่าง เพราะอุดอู้อยู่แต่ในห้องมาตั้งแต่ถึงเมืองไทย มืออวบจับเข้าที่แขนบางของดงแฮเป็นเชิงบอกว่าให้ไปด้วยกัน

“เดี๋ยวก่อนฮะพี่ แปปนึง” ร่างบางบอกกับคังอินแล้วแยกกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองไปยังห้องตรงข้าม

“อ่าว จัดห้องนอนกันแล้วไม่ใช่เหรอ ก็นอนแบบที่จัดไว้ให้ดิ จัดเพื่อความเป็นระเบียบ จะได้ไม่วุ่นวาย” คังอินตะโกนตามหลังร่างบางที่ไม่ยอมนอนห้องเดียวกับซองมินตามที่จัดไว้ แต่ก็ต้องยอมแพ้ เพราะเจ้าดงแฮเริ่มร่ายยาว

“ทีพี่งอนกับพี่อีทึกยังไปนอนเรียววุคยังได้เลย พี่เยซองเลยต้องจำใจนอนกับพี่อีทึก พี่ไม่น่าจะสร้างความร้าวฉานให้เยซองกับเรียววุคเลย ทั้งๆที่สองคนนั้นเค้าอยากจะนอนด้วยกัน แต่เห็นว่าเป็นพี่.........”

“เฮ้ย!! พอแล้ว หยุดบ่นซะที จะนอนไหนก็นอนเหอะ ไอ้บอมมันคบกะแกได้ไงวะเนี่ย -*-”

ซองมินที่ยืนเงียบฟังพี่กับน้องเถียงกันก็ยิ้มออกมา ดงแฮเป็นแบบนี้ทุกที ใครว่าไม่ได้ ต้องตอกกลับ ขาเล็กก้าวท้าวตามหลังเพื่อนร่วมวงไปที่สนามหญ้าส่วนหย่อมขนาดใหญ่ของโรงแรม เหล่าซุปเปอร์จูเนียร์เมมเบอร์กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่หน้ากล้อง และถ่ายนู้นเล่นนี่กันยังร่าเริง เจ้าดงแฮรับวิ่งเข้าไปขวางหน้ากล้องที่อีทึกกำลังให้สัมภาษอยู่ แล้วสุดท้ายก็โดนผลักออกมานอกกล้องเพราะฮีชอลกำลังปั้นหน้าสวยใส่กล้องอยู่ ซองมินยิ้มร่าหัวเราะกับภาพที่มีความสุขตรงหน้า เพื่อนร่วมวงที่เขารัก ตราบใดที่แฟนเพลงทุกคนต้องการพวกเขา พวกเขาก็จะอยู่ ร่าเริงจนกว่า แฟนเพลงจะหมดรักพวกเขาไป

“นี่! ลีซองมิน สร้อยคอที่ฉันซื้อให้หายไปแล้วจริงๆใช่ม้ายยยย!!!” ดงแฮตะโกนลั่นจนทุกคนหันมามองเมื่อเห็นลำคอขาวของซองมินไม่มีสร้อยคอที่เขาซื้อให้ ทั้งๆที่เมื่อตอนอยู่บนห้องร่างบางก็เห็นว่าเพื่อนรักใส่สร้อยไว้แล้ว

“หือ.. เมื่อกี้ก็อยู่นี่นา” ดวงตากลมสวยเบิกกว้าง มือเล็กคลำไปมาที่ลำคอ ไร้สิ่งที่ใส่ติดตัวอยู่เสมอ ร่างเล็กเริ่มมองไปรอบๆตัว ก้มลงมองตามพื้นโดยมีดงแฮและคนอื่นๆช่วยหาพลางบ่นปอดแปดไปด้วย

“สวัสดีครับ ที่นี่ รายการ SJ Show วันนี้เราจะมาตามหาสร้อยคอของซองมินกัน ไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ มันคงเดินกลับเกาหลีไปแล้วละมั้ง ฮ่าๆๆๆ” ฮีชอลสวมบทบาทมาดนักข่าวอยู่หน้ากล้อง และเดินตามเหล่าเมมเบอร์คนอื่นๆที่ช่วยซองมินหาสร้อย ทำอย่างกับว่าเป็นข่าวด่วนข่าวใหญ่ส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองยังไงยังงั้น

“อ้า...... อยู่ไหนๆ ๆ ๆ เนี่ย” ร่างเล็กกระวนกระวายคลานสี่ขาไปตามพื้น และดงแฮที่ช่วยหาพลางบ่นอยู่ข้าง

“นี่ ถ้าหาไม่เจอละนะ ตายยยยยย สถานเดียวลีซองมิน”

.
.
.
.
ขาเล็กพาเดินออกมาจากกลุ่มคนเรื่อยๆ หาสร้อยทองที่เพื่อนรักซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ขาเล็กพาเดินออกมาเรื่อยๆหันหลังกลับไปมองเพื่อนร่วมวงที่หากันอยู่ เขาตัดสินใจออกเดินหาที่ที่ยังไม่มีคนหา

สิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่ง บนปุกปุยสีขาวฟูวิ่งผ่านตัดหน้าซองมินไป แสงแดดสีส้มยามเย็นทอดส่องลงมาที่ตัวมันทำให้เกิดแสงประกายสีทองของวัตถุอย่างหนึ่งจากลำคอของมัน ซองมินยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปตัว S เป็นจี้ติดอยู่กับสร้อยบนที่คล้องบนคอของกระต่ายขนปุกปุย

“อยู่นี่เอง เจ้ากระต่าย ขโมยไปใช่มั้ย”

ปากบางคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าสร้อยคอของตัวเองยังอยู่ แบะศัตรูของเขากลับเป็นเจ้ากระต่ายขนปุกปุยสีขาวน่ารักซะด้วย เจ้ากระต่ายวิ่งหนีซองมินช้าๆ เหมือนเชื้อเชิญให้เดินตาม ความน่ารักทำให้คนอย่างซองมินหลงเอาได้ง่ายๆ ขาเล็กวิ่งตามเจ้ากระต่ายไปเรื่อยๆ ลืมไปว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ซองมินวิ่งตามกรัต่ายลอดเข้าซุ้มต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งซุ้มไม้ใหญ่ที่มีดอกไม้สีขาวขึ้นอยู่เต็มซุ้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองอย่างหลงใหล และเดินตามเจ้ากระต่ายไปเรื่อยๆ

“เมืองไทยมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย ว้าว สวยจัง”

ดวงตาสวยมองไปรอบตัวอย่างตะลึง ปากบางคลี่ยิ้มกว้าง ร่าบอวบหมุนไปรอบตัวๆ แสงแดดอ่อนๆส่องลอดผ่านต้นไม่เป็นลำแสง ป่าไม่กำลังผลัดใบกลายเป็นสีทอง ใบไม้หลายใบร่วงโรยจรดกับลำธารใสที่มีน้ำตกขนาดย่อมทำให้น้ำใสตกลงเบื้องล่างเกิดเสียงน้ำที่ฟังดูสงบเข้ากับบรรยากาศที่สดสวยงามแห่งนี้ ...ดอกไม้สีสวยขึ้นอยู่รอบตัวและร่วงประปรายอยู่ตามทางเดิน ซองมินมองอย่างหลงใหลกับสถานที่ และเห็นเจ้ากระต่ายยังเดินนำทางเขาไปเรื่อยๆ

ขาเล็กเดินตามเจ้ากระต่ายอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าแสงอาทิตเริ่มจะจางหายไปแล้ว ถึงสิ่งแวดล้อมสวยงามยังคงอยู่ แต่เวลามันล่วงเลยมานาน เขาควรจะกลับไปเสียที

“นี่ไง เจ้าตัวดี ขโมยสร้อยฉันไปได้ไงฮะ”

ซองมินช้อนตัวเจ้ากระต่ายเข้ามาอยู่ในอ้อมอก พลางสำรวจสร้อยทองของตนเองที่คล้องพันสองทบแทรกอยู่ในขนสีขาวบนคอเจ้ากระต่าย ปากบางยิ้มอ่อนโยนให้กับสิ่งที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วหันหลังหมายจะเดินกลับไปหาเหล่าซุปเปอร์จูเนียร์ที่คงกำรอเขาอยู่ แล้วขาเล็กก็เร่งฝีเท้าขึ้นเพราะมันจวนใกล้เวลาขึ้นแสดงแล้ว

“เฮ้ย!! ทางไหนเนี่ย”

เสียงหวานเอ่ยอย่างตกใจมองไปรอบๆตัวที่เริ่มมืดครึ้มสถานที่ผิดหูผิดตาต่างกับที่เดินผ่านมาเมื่อกี้ ซองมินมองเดินหาซุ้มไม้ที่เขาลอดผ่านตอนเข้ามา แต่กลับไม่มีวี่แววของมันเลย ขาเล็กพาร่างอวบเดินไปเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มเย็นยะเยือก ท้องฟ้ามืดครึ้ม หมอกบางๆก่อตัวอยู่รอบๆ แขนเล็กโอบกอดเจ้ากระต่ายในอ้อมอกให้แน่นขึ้น มองรอบๆอย่างหวาดกลัว และกระวนกระวายเดินหาทางที่คุ้นเคย

“นี่ เจ้ากระต่าย อย่าไปนะ” ซองมินร้องตกใจเมื่อกระต่ายสีขาวดิ้นขลุกขลักกระโจนลงกับพื้นแล้วออกตัววิ่ง

“ไปไหน หยุดนะ” ร่างเล็กวิ่งตามกระต่ายที่วิ่งฝ่าหมอกไปไม่เร็วนัก ซองมินวิ่งตามเพราะเห็นว่าเมื่อเขาหยุด เจ้ากระต่ายเองก็จะหยุดวิ่งเช่นกัน เหมือนจะชักชวนให้เขาตามมันไป

ฟิ้วววว~~~~

ลมเย็นพัดผ่านเบื้องหลังทำให้ซองมินหันหลังควับ รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ลมเย็นพัดผ่านเย็นยะเยือกเศษใบไม้พัดปลิวผ่านใบหน้าสวย ซองมินเงยหน้ามองต้นไม้แต่ละต้น..... ต้นทุกต้นไม่มีใบ มีแต่เพียงกิ่งก้านสีดำเหมือนไม่มีชีวิตแล้ว แต่หากไม่ล้มตาย ต้นไม้ไร้ใบสีดำยังหนาทึบสร้างความสะพรึงกลัวให้กับซองมิน แสงตะวันลับหายเหลือแต่เพียงความมืดมิด อากาศที่เย็นลงจนรู้สึกกลัวไปถึงขั้วหัวใจ ทางเดินที่ไร้ผู้คน กับต้นไม้น่ากลัวที่ไหวไปตามแรงลม

ฟิ้วว~~~

“อ้ะ.....”

ร่างเล็กหันหลังตามเสียงลม แล้วก็ต้องหยุดกึ้ก ช็อคกับสิ่งตรงหน้า กลุ่มเงาดำโผล่ออกมาทุกทิศ เงาดำรูปคนที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ซองมินเรื่อยๆ เงาดำเริ่มชัดขึ้นจนเห็นเป็นรูปเป็นร่าง คล้ายกลับใส่ผ้าคลุมแต่พลิ้วไหวเป็นหมอกควันสีดำสนิท แล้วที่ทำให้ร่างเล็กกลัวจับใจคือ ใบหน้า ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความมืดสีขาวซีด นัยตาลึกโบ๋ จับจ้องหมายจะเข้าหาร่างเล็ก ซองมินเหมือนถูกสะกดเมื่อร่างนั้นเข้าใกล้เรื่อยๆ ขาบางไร่เรี่ยวแรงที่จะก้าวหนีแม้ว่าจะกลัวแค่ไหน

วิ่ง !!

เจ้ากระต่ายวิ่งฝ่ากลุ่มสีดำจนแตกกระเจิงมุ่งหน้าไปยังที่ๆหนึ่ง ร่างอวบของซองมินวิ่งตามเจ้ากระต่ายพลางเหลียวมองกลุ่มควันดำเบื้องที่ลอยตามระยะประชิด....... สติเหนื่อยอ่อน กำลังร่างกายอ่อนล้า อ่อนแอเกินกว่าจะก้าวไปต่อไปไหว ภาพเบื้องหน้าเริ่มเลือนลาง เจ้ากระต่ายวิ่งนำซองมินลอดเข้าประตูรั้วของสถานที่แห่งหนึ่ง ......ซึ่งน่าแปลก กลุ่มควันดำนั้นสลายหายตัวไปแล้ว ราวกับกลัวอะไรบางอย่าง

ปราสาทขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอย่างน่าเกรมขาม บนหอคอยชั้นสูงมีแสงไฟเรืองๆทำให้ซองมินมีความหวังมากขึ้นไปอีก มือเล็กค่อยๆเปิดประตูรั้วแล้วแทรกตัวเข้าไปอย่างระวัง มองหาเจ้ากระต่ายที่วิ่งหายตัวเข้าไปในปราสาท

“กระต่าย กระต่ายน้อย ไปไหนนะ ”

ซองมินมองหาเจ้าขนปุกปุยอย่างเป็นห่วง หรือว่านี่จะเป็นบ้านของมัน ร่างเล็กเดินเข้าหาสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เรื่อยๆ ถึงแม้มันจะดูน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปสัมผัส

แอ้ด ~~~!

มือเล็กค่อยๆดันประตูไม่โอ้คขนาดใหญ่เข้าไปข้างใน สายลมพัดปลิวใบไม้แห้งเข้าไปที่ห้องข้างในเล็กน้อย ดวงตาสวยฉายแววใครรู้ ห้องโถงขนาดใหญ่ปูสวยพรมสีแดงเลือดหมูดูหรูหรา เสาใหญ่หลายต้นที่ตั้งตระหง่านมีคบเพลิงดวงไฟให้แสงสว่างและทำให้ที่นี่ดูอบอุ่นมากขึ้น

“มีใครอยู่มั้ยฮะ......... มีใครอยู่มั้ยฮะ~~~ มีใครอยู่มั้ยฮะ~~~”

เสียงหวานดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง ซองมินเริ่มรู้สึกหวั่นๆกับสถานที่ที่มันใหญ่โต และดูวังเวงมากเกินไป

“ไม่มีใครอยู่สิเนอะ”

เสียงหวานกระซิบแผ่วเบากับตัวเองกลบเกลื่อนความวังเวง แล้วหันหลังกลับไปที่ประตู..... แต่ทว่า ประตูที่เปิดอ้าเมื่อกี้ ค่อยๆปิดลง พร้อมกับสายลมเฮือกสุดท้ายที่พัดเข้ามาอย่างรุนแรงทำให้คบเพลิงที่มีแสงสว่างนั้นหรี่ลง เหลือเพียงแสงสลัวน้อยนิดยากจะมองเห็นสิ่งต่างๆได้

กึก ๆ !! มือเล็กเขย่าประตูไม้ขาดใหญ่หวังจะให้มันเปิดออก สถานที่ดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าตาสวย คิดถึงคนอื่นๆที่คอยให้ความช่วยเหลือเขาเสมอยามขัดสน ตอนนี้ซองมินอยู่ตัวคนเดียว ในที่ที่น่ากลัวแบบนี้......

“ฮึก ฮือ.... เปิดซิ ดงแฮ อึนฮยอก พี่คังอิน ทุกๆคนช่วยผมด้วย ฮืออ”

เสียงสะอื้นดังขึ้นปะปนกับเสียงเขย่ากลอนประตูของปราสาทที่มันไม่มีท่าทีจะเปิดออกง่ายๆ ร้องไห้เรียกชื่อที่พึ่งของตัวเองที่ไม่มีวันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่

ซองมินหยุดกึ้ก รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าเคลื่อนไหวเข้าตนเบื้องหลัง ค่อยๆหันหน้าเผชิญกับความกลัวเบื้องหลัง…..

ดวงตาสวยถูกจับจ้องราวต้องมนต์สะกด เงาดำร่างสูงทาบทับร่างเล็กที่เลยหน้ามองสบสายตาคม.... ร่างสูงในชุดสูทสีดำใบหน้าหล่อเหลาทำให้หลงใหลได้ง่ายๆ แต่ซองมินกลับรู้สึกกลัว กลัวคนตรงหน้าจับใจ ดวงตาคมสีนิลดำมองลงล่างอย่างยึดถืออำนาจ ผมสีดำขลับตัดกับผิวขาวซีด....... สายตามีอำนาจราวกับหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง และทำลายได้ในเวลาเดียวกัน ไม่อาจขยับเขยื้อน นอกจากยืนนิ่ง ตกในภวังค์ของดวงตาคู่นั้น
.
.
.
.
.
.
.


“เจ้าเป็นใคร.........”










TBC*


*************

เป็นไงบ้างสำหรับตากี้ คึคึ
น่ากลัวมะ หรือ ไม่ เหอๆ
ตามกติกา...... เม้นๆๆๆๆ
นู๋มินจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเผชิญความน่ากลัวของตากี้
(ไม่ได้น่ากลัวแบบหื่นนะ -*-)

 

 

Comment

Comment:

Tweet


หนุกดีง่ะ
#3 by SCK (125.26.237.37) At 2007-12-03 22:46,
sanuk makmak kaembarrassed embarrassed embarrassed surprised smile surprised smile surprised smile double wink double wink double wink cry cry question question
#2 by (125.27.67.254) At 2007-11-24 15:40,
ง่า = [] = ) " ค้างสุกๆๆ

น่ากลัวดิ มาแบบนี้ บทแรกเข้าได้กลิ่นเอนซีมาแว่วๆ

ซองมินนี่แลดูจะน่ารักปุกปุยเหมือนเจ้ากระต่าย หุหุ

คยูกี้ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เรื่องนี้หล่อเลวสมใจแล้วเน้พี่ชาย~


อยากอ่านต่อ = w = )~~
#1 by Koy•Ky ♥ At 2007-11-17 21:22,